3 สุราพื้นบ้านปลุกเศรษฐกิจชุมชน เปิดทางผู้ผลิตคืนชีพภูมิปัญญา ในงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” เสียงสะท้อนคนท้องถิ่น “เมื่อสินค้ามีมาตรฐาน ผู้บริโภคก็จะดื่มได้อย่างปลอดภัย”

หลังการบังคับใช้ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเดิม เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถขออนุญาตผลิตและจำหน่ายสุราได้ง่ายขึ้น ลดเงื่อนไขการตั้งโรงงาน และลดอุปสรรคที่เคยปิดกั้นผู้ประกอบการท้องถิ่น หลายชุมชนทั่วประเทศเริ่มกลับมาฟื้นตัว พร้อมนำภูมิปัญญาการผลิตสุราที่เคยถูกจำกัดไว้สู่ระบบกฎหมายอย่างถูกต้องเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี


การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงโอกาสใหม่ แต่ยังสร้างพื้นที่ให้สุราพื้นบ้านกลับมามีตัวตนในตลาดอีกครั้ง จากสูตรโบราณที่ถูกส่งต่อในชุมชน สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน สามารถสร้างงาน กระจายรายได้ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้ผลิตในระดับฐานราก ทำให้สุราชุมชนจากหลายจังหวัดเริ่มก้าวสู่ตลาดอย่างมั่นใจและเป็นที่รู้จักมากขึ้น


3 สุราพื้นบ้าน ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน


1.เหล้าแป้ จังหวัดแพร่

คุณกัญญาภัค ออมทอง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ชุมชน “เหล้าแป้” จากจังหวัดแพร่ว่า เดิมทีเธอทำสุราเถื่อน ซึ่งเป็นการผลิตที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อภาครัฐเปิดให้สามารถขออนุญาตผลิตได้อย่างถูกต้อง เธอจึงรวมกลุ่มตั้งหน่วยงานดูแลเรื่องการผลิต และดำเนินการขอใบอนุญาตเพื่อให้ทุกขั้นตอนอยู่ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย


เธอบอกว่าเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และต้องการให้ผู้ดื่มดื่มอย่างมีสติ ในปริมาณที่เหมาะสม โดยเริ่มต้นจาก “เหล้าขาวพื้นฐาน” หนึ่งตัว ก่อนต่อยอดให้มีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้หลายรูปแบบมากขึ้น โดยย้ำว่า “เมื่อสินค้ามีมาตรฐาน ผู้บริโภคก็จะดื่มได้อย่างปลอดภัย”



คุณกัญญาภัคยังเผยว่า การทำสุราถูกกฎหมายช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างมาก ทั้งการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงเป็นสินค้าที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง เธอไม่อยากให้คนในพื้นที่ต้องทำของผิดกฎหมาย พร้อมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐผ่านภาษี

...



สำหรับ “เหล้าแป้” จากจังหวัดแพร่ เพิ่งได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน GI ไปเมื่อไม่นานนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสุราชุมชนที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง.


...



2.Gacha จังหวัดลำปาง

คุณอัมพวา แพรเมือง เจ้าของผลิตภัณฑ์สุราท้องถิ่น “Gacha” จากจังหวัดลำปาง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ว่า เดิมทีครอบครัวของเธอทำสุรามายาวนาน และเธอถือเป็นทายาทรุ่นที่ 5 แต่เนื่องจากในอดีตการผลิตสุรายังผิดกฎหมาย ทำให้รุ่นที่ 3–4 ต้องหยุดต่อยอดมานานกว่า 30 ปี จนกระทั่งปี 2566 เมื่อประเทศไทยบังคับใช้ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เธอจึงตัดสินใจกลับมาสานต่อภูมิปัญญาของครอบครัว พร้อมพัฒนาสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย และยึดหลักว่า

“อยากนำภูมิปัญญาชาวบ้านที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น มาต่อยอดให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ”

จากนั้นจึงเดินหน้าขอใบอนุญาตการผลิตอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

คุณอัมพวาเผยว่า “Gacha” มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ เธอสามารถนำข้าวมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้หลายเท่าตัว ทำให้ชาวบ้านมีช่องทางรายได้เพิ่มขึ้น

คุณอัมพวาทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานที่ดีมาก ทั้งด้านวัตถุดิบและภูมิปัญญาในท้องถิ่น แต่หลายครั้งกลับไม่สามารถต่อยอดได้เพราะเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน หากกฎหมายและระบบเปิดกว่านี้ เชื่อว่าสินค้าชุมชนไทยจะสามารถเติบโตได้อีกมาก




3.เหล้าสาโท อากาศดีบ่ โตวา จังหวัดอุบลราชธานี


คุณธนวัตร สุภสร ตัวแทนผลิตภัณฑ์ “เหล้าสาโท” จากแบรนด์ อากาศดีบ่ โตวา จังหวัดอุบลราชธานี เล่าถึงแรงบันดาลใจว่า ทางแบรนด์ไม่อยากให้ “เหล้าสาโท” ซึ่งเป็นสุราพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย ต้องเลือนหายไปจากตระกูลสุรา จึงเริ่มต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานและสามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


คุณธนวัตร เผยว่า เหล้าสาโทถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจชุมชน เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเริ่มไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคยกับสุราพื้นบ้านชนิดนี้ การนำเหล้าสาโทกลับมาพัฒนาใหม่ จึงช่วยทั้งฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชนไปพร้อมกัน



ทั้งนี้ สุราท้องถิ่นทั้ง 3 พื้นที่ สะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ของการปรับปรุงกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้ลุกขึ้นมาพัฒนาสินค้าของตนเองอย่างถูกต้องและมีมาตรฐาน แม้การเติบโตของอุตสาหกรรมสุราชุมชนยังต้องพึ่งพาปัจจัยหลายด้าน ทั้งตลาด การสนับสนุน และความเข้าใจของผู้บริโภค แต่ความพยายามของแต่ละพื้นที่ก็แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสินค้าที่สร้างรายได้และต่อยอดได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

งาน “เมรัยไทยแลนด์2025” – เข้างานฟรี

26-30 พฤศจิกายน 2568

ที่EM WONDER & SPHERE HALL , 5th Floor @EMSPHERE : Google Map 

https://maps.app.goo.gl/HrXykaxjMeKr6R2b9

#วิธีการเดินทาง

 รถส่วนตัว สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถ

 รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 6 เดินตามสกายวอล์คไปฝั่งห้างเอ็มสเฟียร์ได้เลย

 รถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสุขุมวิท ทางออก 3 เดินขึ้นสกายวอล์ก ข้ามแยกเดินมาที่ห้างได้เลย ระยะทางประมาณ 900 เมตร